แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขายหม้อข้าวหม้อแกงลิง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขายหม้อข้าวหม้อแกงลิง แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ขายหม้อข้าวหม้อแกงลิง


จะหาซื้อหม้อข้าวหม้อแกงลิงที่ผลิตโดยลิงสยามได้ที่ไหน ผมลงประมูลต้นไม้เฉลี่ยเดือนละครั้งที่นี่ครับ
http://www.thaicps.com/thaicpscafe/thread.php?fid-15.html
ตอนนี้จะเน้นลงให้ประมูลทั้งหมด ราคาเริ่มที่ 0 บาท ราคาจบที่เท่าไหร่ ผมยินดีทุกราคา ถ้าคุณชนะในราคา 10 บาท ผมก็ยินดีโดยไม่มีเงื่อนไขครับ และเป็นราคาที่ผู้ซื้อตัดสินใจแล้วว่าจะสู้ที่ราคานี้
หมายเหตุ : ไม้ผมไม่มีราคาส่งครับ เนื่องไม่สามารถทำปริมาณเพื่อขายส่งได้
การคัดเลือกไม้ของลิงสยาม
สำหรับไม้เพาะเมล็ด จะให้ข้อมูลทุกต้นว่าเพาะเมล็ด ยกเว้นต้นที่ไม่แน่ใจจะไม่บอกว่าเพาะเมล็ด
สำหรับไม้เพาะเมล็ด จะผ่านการคัดเลือก แยกแยะ มาแล้วว่ารูปทรงและสีสันผ่าน ยกเว้นตัวพ่อแม่เขียวก็จะดูลักษณะที่ดีๆ มาขาย การคัดเลือกก็อยู่ในความดูแลของผมแต่เพียงผู้เดียว
และสำหรับไม้เมล็ด จะทยอยลงประมูลไปเรื่อยๆ หมดแล้วก็หมดเลย แต่ก็จะมีเมล็ดหมุนเวียนเปลี่ยนสลับกันมาเรื่อยๆ ครับ
สำหรับไม้ตัดชำ หากตัดชำได้และสามารถเอาลงประมูลได้ ผมจะลงเป็นระยะครับ โดยส่วนใหญ่จะเลือกจากตัวที่ผมเก็บสะสม
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่อุดหนุน

วันพุธที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2557

การเลือกซื้อหม้อข้าวหม้อแกงลิง,เลี้ยง,เลือกคู่ผสม ภาค 2

2. รูปทรงของหม้อข้าวหม้อแกงลิง และสีของหม้อข้าวหม้อแกงลิง ข้อนี้ก็ให้หาดูจาก search engine กันก่อน คนเรามีสูง ต่ำ ดำ ขาว อ้วน ผอม แคระ ปากหนา ปากบาง ตูดแฟ่บ ตูดงอน หม้อข้าวก็เช่นกันมีทั้งหม้อสั้น หรือสั้นทรงกลม หม้อสั้นหลังหัก หม้อยาว หม้อใหญ่ หม้อปากบาน ปากลาย ปากบาง หม้อพิการ หม้อด่าง หม้อแคระ มีครบหมด ดูสักพัก ก็จะเริ่มชอบแล้ว เมื่อเริ่มชอบก็เริ่มมองหา ถ้าเป็นหม้อพันธุ์แท้ ก็จะเป็นไปตามลักษณะหลักฐานที่ปรากฏตามที่ผู้เชี่ยวชาญเค้าได้ชี้แจงแถลงไขไว้ ดูซิ ทรงได้ไหม สีถูกใจไหม สำหรับมือใหม่ ให้เลือกหม้อที่มีสีไว้ก่อน ถ้าพันธุ์แท้นั้นๆ มีสีนะ แล้วทรงค่อยตามมา แต่ถ้าพื้นฐานหม้อแท้ตัวนั้น ไม่ค่อยมีสี ก็ดูที่ทรง ว่าทรวดทรงองค์เอว ถูกอกถูกใจคุณมากน้อยแค่ไหน หม้อยาวล่ะ ก็ถ้าชอบตระกูลยาวๆ ก็เหมือนเดิม ให้เลือกตัวที่มีสีมีลายไว้ก่อน ถ้าปากลายได้ยิ่งดี แต่ปากลายๆ มีน้อยหน่อย ราคาจึงสูงเกินเอื้อมสำหรับใครหลายคน บางทีก็สูงโดยไม่มีเหตุผลนะ แต่ถ้าเราจะซื้อ เราก็ซื้อโดยไม่มีเหตุผลเช่นกัน สีสัน ลวดลาย จุด(Spot) กระหรือลายบนตัวหม้อ ลายที่ปาก ทรงหม้อ สิ่งต่างๆ ที่พูดมานี้ ส่งผลกระทบในข้อท้ายๆ อีกแล้ว ผมหลอกให้อ่านหรือเปล่านี่
หม้อข้าวหม้อแกงลิงพันธุ์แท้ จะมีลักษณะเฉพาะเป็นของตัวเอง
3. เลือกหม้อข้าวหม้อแกงลิงพันธุ์แท้หรือลูกผสม ได้ทั้งนั้นเลย ตามใจชอบ ส่วนใหญ่พันธุ์แท้สวยๆ มักจะเป็นตัว Highland ซึ่งถ้าอยู่เมืองไทย ก็ไม่ค่อยเวิร์คกันหรอก เมื่อก่อนก็ซื้อมาเลี้ยง ก็ตายนะ ลองเช็คดูได้ อะไรที่เลี้ยงได้ มักจะมีคนเอาหม้อสวยๆ ต้นโตๆ ที่เลี้ยงในบ้านเรามาโชว์เสมอ ยกเว้นคนที่ปรับสภาพแวดล้อมให้ใกล้เคียงและเหมาสม เช่นทำโรงอีแว้ป แต่อะไรที่เลี้ยงยากมักจะไม่มีใครโชว์ หรือจะโชว์ก็คือยังไม่ตาย แน่นอนผมไม่เน้น Highland ผมเลยพูดได้ แต่ถ้าคุณชอบ คุณก็ข้ามไปเลย ทำตามใจปรารถนาของคุณ แอบกระซิบเบาๆ อย่าบอกใครนะ “ขนาดผมบางทียังซื้อมาเลี้ยงอีกเลย”  ฮ่าๆๆ บางคนชอบสะสมพันธุ์แท้พื้นเมืองของไทย บางคนสะสมแต่พันธุ์แท้ล้วนๆ บางคนสะสมแต่ลูกผสมล้วนๆ บางคนสะสมเฉพาะหม้อข้าวหม้อแกงลิงที่มีแต่ลักษณะพิเศษล้วนๆ และยังมีอีกหลายท่านที่สะสมเงียบๆ โดยไม่เปิดเผย ซึ่งเราเองก็คงจะไม่รู้ว่าเค้าคนนั้นคือใคร
เลือกสีเลือกลายให้กับหม้อข้าวหม้อแกงลูกผสม
4. แนวทางการผลิตลูกผสมหม้อข้าวหม้อแกงลิง ข้อนี้เป็นข้อสุดท้าย พูดมากไปก็เยิ่นเย้อ ถ้าคุณทำตาม 3 ข้อนี้ได้ เมื่อไหร่ก็ตามที่หม้อข้าวหม้อแกงที่คุณเลี้ยงเค้าออกดอก คุณก็มีโอกาสที่จะได้ลูกไม้รุ่นใหม่ที่มีสีสันและลวดลายในปริมาณที่มากตามความเด่นที่คุณได้เลือกไว้ตั้งแต่ต้นนั่นเอง ผมขอยกตัวอย่างที่ผมทำอยู่ตอนนี้คือ ผมสะสม N. mirabilis ที่มีสีและมีลายไว้ในรังทั้งหมด ทั้งหมดเป็นสีแดง สีเขียวผมไม่เก็บเลย เพราะอะไร เพราะว่าเวลามีโอกาสทำเมล็ดพันธุ์ N. mirabilis รุ่นใหม่ คุณจะได้ลูกไม้ที่มีหม้อทั้งสีแดงและสีเขียวอยู่แล้ว แต่ถ้าคุณเก็บสีเขียวล้วนๆ ทั้งหมด เวลาคุณมีโอกาสทำเมล็ดคู่นี้ คุณคิดว่าคุณจะได้ลูกไม้ที่มีหม้อเป็นสีอะไร แดงเยอะ? หรือเขียวเยอะ? หรือเขียวทั้งหมด? ทีนี้คุณคงจะพอทราบแนวทางแล้วใช่ไหมว่า หม้อข้าวหม้อแกงที่คุณเลี้ยงไว้ มันจะส่งผลไปยังอนาคตที่กำลังจะมาถึง ซึ่งคุณกำหนดอนาคตได้ด้วยตัวคุณเอง เพราะลูกไม้ทั้งหมดมันจะมีชื่อเสียงเรียงนามครบถ้วน ยกเว้นคุณไม่ติดป้ายให้มัน แล้วคุณก็ลืม นี่ก็เป็นแนวทางคร่าวๆ ที่ผมแนะแนวเท่านั้น บางท่านอาจจะเริ่มสะสมจากการเพาะเมล็ดทั้งหมดก็ได้ หรือจะเดินในแนวทางของท่านล้วนๆ ก็ได้ ไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด จบแล้วครับ

การเลือกซื้อหม้อข้าวหม้อแกงลิง,เลี้ยง,เลือกคู่ผสม ภาค 1

วันพุธที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ไทยหม้อแดง

มีน้องท่านหนึ่งถามผมว่า “พี่ครับ N. Thai หม้อแดง ตกลงมันมีชื่อเรียกจริงๆ ว่าอะไรครับ” ผมก็เลยถามว่า “ทำไมรึครับ” น้องท่านหนึ่งตอบว่า “เค้าลือกันว่า ชื่อนี้มันออกจะมั่วๆ ครับ” แล้วน้องคนนั้นก็เล่าเรื่องราวให้ฟังคร่าวๆ ผมฟังจบ ผมจึงบอกว่า อันที่จริง น้องลองนึกถึง N. Viking  นะครับ ว่าทำไมเค้าเรียกไวกิ้ง ก็เพราะทรงมันดูแล้วเหมือนหัวเรือ แล้วคนตั้งก็นึกไปถึงเรือโจรสลัดไวกิ้ง ดังนั้นมันจึงกลายเป็นชื่อเรียกที่ติดปากไงครับว่าไวกิ้ง แล้วก็ N. Tiger อีกเช่นกัน ตอนที่มันมาที่จตุจักรใหม่ๆ เค้าก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรดี แต่เค่าสังเกตที่หม้อ ดูมันมีลาย ก็เลยไปเปรียบกับลายเสือ เสือภาษาอังกฤษก็เรียก ไทเก้อ เค้าก็เลยเรียกกันจนติดปากว่า ไทเก้อ เพื่อให้แยกแยะออก ที่ผมเรียกก็คงทำนองนี้มั้งครับ ปัจจุบันทั้งไวกิ้ง และ Tiger ก็ได้ถูกเปลี่ยนชื่อไปเรียบร้อยแล้ว บอกตรงๆ ไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อย เพราะยังเรียกไวกิ้ง และไทเก้อเหมือนเดิม คือมันยังติดปากอยู่ ทำไงได้ แล้วก็ไม่ได้ต่อต้านอะไรอีกต่างหาก และภาพด้านล่างคือหม้อ up ของเค้าครับ N. ไทยหม้อแดง ภาพหม้อล่างหาไม่เจอซะงั้น



ไอ้เจ้า ไทยหม้อแดง ตัวนี้ ผมเป็นคนเรียกมันเอง ผมได้หม้อข้าวหม้อแกงลิงโคลนนี้มาจากท่านโก้ คลองบางแวก เป็นตัวป่าที่สมัยนั้นอ้อนวอนท่านโก้อยู่นาน กว่าท่านจะขายให้ ก็ไม่รู้ว่าจะเรียกอะไรเหมือนกัน ตอนนั้นก็มีพวกตระกูล GT ออกมาหลายตัวอยู่ ผมก็เลยตั้งชื่อให้มันครับ เพราะมันเก็บมาในบ้านเรา ก็ให้ชื่อว่าไทย อีกทั้งไส้ในก็แดงจับใจ อย่ากระนั้นเลย ผมเลยเรียกมันว่า “ไทยหม้อแดง” ซะเลย เพื่ออะไร ก็เพื่อไม่ให้มันไปซ้ำโคลนอะไรกับคนอื่น ก็เท่านั้นเองครับ ไม่ได้แสดงถึงความเก่งกาจ ความวิเศษ หรือความฉลาดอะไรออกมาเลย ถ้านึกไม่ออกก็เหมือนกับการได้หมามาเลี้ยง แล้วเราก็ตั้งชื่อให้เค้าแหละครับ หวังว่าคุณน้องคงจะเข้าใจนะครับ ว่ามันคือแค่ชื่อเรียก เท่านั้น ส่วนใครจะบอกว่ามันคือตัวนั้น มันคือตัวนี้ มันไม่ได้ยากอะไรครับ ท่านก็เอาหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ (หลักฐานทางไสยศาสตร์ ไม่รู้ใช้ได้หรือไม่ อันนี้ผมไม่ทราบจริงๆ) ซึ่งสามารถพิสูจน์ได้ ไปยื่นต่อกระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ แล้วจะทำหนังสือของหน่วยงานนั้นๆ ที่รับผิดชอบออกมาเป็นหนังสือออกเลขที่เท่าไหร่ ลงวันที่เท่าไหร่ ลงนามโดยใคร แล้วไปขึ้นทะเบียน จดทะเบียนที่ชาติไหน ก็เชิญครับ คือมันก็แค่ชื่อเรียกบ้านๆ เองนะ ไปตีความกันมากเกิน พิมพ์มาตั้งเยอะ สรุปเลยนะว่า พี่ก็เรียกมันชื่อนี้แหละ

วันอังคารที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2556

โรงเรือนแป๊บเดียว ตอนที่ 3 (จบ)

งานต่อไปก็คือวางแป๊บที่จะแขวนไม้ ระยะห่างต่อ 1 เส้น 40 เซนติเมตร กำลังสวย แนวหัวท้ายจะใช้ลวดมัด จะใช้ตัวล็อค ได้ทั้งนั้น ไม่จำเป็นต้องเชื่อม แต่อยากจะเชื่อมก็ได้ จะสร้างความแข็งแรงได้เด็ดขาดไปเลย แต่ตอนรื้อจะยุ่งหน่อย แต่อย่าลืมว่าถ้าจะเชื่อม ระวังสแลนไหม้นะครับ วางแป๊บเสร็จ เดินท่อ PE ตามเลย ใช้ท่อ PE 6 หุน รัดด้วย cable tire ยาว 25 เซนติเมตร เส้นจะใหญ่หน่อย ถ้าจะให้ทนให้ใช้ลวดหรือสายไฟมัด เดินแนวเว้นแนว ตามภาพที่โชว์ เดินเสร็จแล้ว ทิ้งไว้สัก 3 วัน เพื่อให้ท่อ set ตัว ป้องกันการบิดตัวเสียก่อน แล้วถึงค่อยเจาะรูเพื่อฝังหัวจ่ายน้ำ หัวจ่ายน้ำใช้หัว mini H ของ super product สีน้ำเงิน ฝังห่างกัน 80 เซนติเมตร ในแต่ละแถวติดตั้งเยื้องๆ กันนิดนึง หรือติดสับหว่างกันก็ได้ หัวนี้บำรุงรักษาง่าย เมื่อหัวตัน สามารถแกะออกมาให้ลวดแขวนกระถางทะลวงรูได้เลย หัวพ่นกว่าจะได้หัวนี้มาไม่ใช่ชี้ปุ๊บได้ปั๊บนะ ได้ลองหัวอื่นๆ มาพอสมควร แต่กินน้ำมากบ้าง วงไม่กว้างบ้าง ในที่สุดก็มาจบที่นี่แหละ เนื่องจากใช่ท่อ 6 หุน แนะนำทำทางเข้าน้ำ 2 ทาง น้ำจะวิ่งดีวิ่งแรง ปั๊มน้ำ ใช้ปั๊มน้ำ 1 แรงม้า ธรรมดาสามัญก็ได้ ไม่ต้องเทพ ควบคุมด้วย timer digital จากเมืองจีน ที่มีขายกันทั่วๆ ไปนั่นแหละ แต่ราคาอาจต่างกันบ้าง ก็แล้วแต่ว่าซื้อที่ไหน จะใช้ระบบควบคุมแบบอื่นก็ได้ ถ้าท่าทำเป็น แต่ชุดนี้ปั๊มน้ำตัวละ 1,350 บาท timer ตัวละ 250 บาท จบป่ะ การให้น้ำ ตั้งแต่ประมาณ กรกฎาคม 2555 จนถึง ณ ปัจจุบันถึงตอนที่พิมพ์บทความนี้ 29 ตุลาคม 2556 ผมให้น้ำเช้าวันละ 1 ครั้ง ครั้งละ 5 นาที มาโดยตลอด ถ้าเป็นฤดูฝน วันไหนฝนตกวันรุ่งขึ้นผมงดให้น้ำ 1 วัน เอาล่ะ ทีนี้หลังจากทำส่วนนี้เสร็จแล้ว ก็ขึงสแลนปิดข้างซะ อย่าลืมทำประตูด้วยล่ะ หลังจากนั้นก็เป็นงานปรับแต่งพื้นโรงเรือน และชั้นวางแล้ว อยากได้แบบไหนก็ตามใจคุณ แต่ขอแนะนำว่า อย่าได้ใช้อิฐมอญทำพื้นโรงเรือนเด็ดขาด มันดูว่าชื้นน่ะใช่ แต่มันลื่นเมื่อมีตะไคร่ และเป็นแหล่งรวมเชื้อรา และแบคทีเรียที่จะทำลายต้นไม้คุณได้ตลอดเวลา เมื่อก่อนผมใช้อิฐมอญเป็นพื้นโรงเรือนเช่นกัน เนื่องจากพื้นเดิมก่อนทำผมปูไว้นั่งเล่น แล้วไม่ได้รื้อ ภายหลังแก้งานด้วยการเอาหินมาโรยทับหน้า บรรดาโรคภัยไข้เจ็บของหม้อ ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ดูภาพประกอบเอาเอง สำหรับตอนนี้ก็เป็นตอนจบครับผม

 หัว mini H สีฟ้า กินน้ำน้อย น้ำกระจายกว้าง

อย่าลืมทำประตูด้วยนะครับ
 ในส่วนของที่วางไม้ด้านล่าง ก็แล้วแต่ไอเดียท่าน หาวัสดุที่มันแข็งแรงทนทานนานปีมาใช้จะดีที่สุด ที่สำคัญอย่านำอิฐมอญมาปูพื้นเด็ดขาด จากภาพ พอโปรยหินปุ๊บ โรคร้ายไม่มาเยือนเลย ก็ไม่อยากเชื่อ แต่มันก็เป็นไปแล้วจริงๆ

ฝากไว้ช่วงสุดท้ายว่า หลังจากสร้างโรงเรือนแป๊บเดียวเสร็จ แล้วเริ่มเอาไม้เข้าเมื่อ 1 กรกฎาคม 2555 จนปัจจุบัน 30 ตุลาคม 2556 โรงเรือนแป๊บเดียวขนาดประมาณ 6x5 เมตรที่สร้างมานั้น สามารถบริหารจัดการได้คนเดียวสบายมาก ดูแลทั่วถึง หากจัดวางไม้ให้ดีๆ ก็ได้พอประมาณ ทำให้งานดูแลไม่หนักครับ

วันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2556

โรงเรือนแป๊บเดียว ตอนที่ 2

ตอนที่ 2 จะเป็นเรื่องของการขึงสแลน และการวางแป๊บสำหรับแขวนไม้ เริ่มเลยครับ ใช้สแลน 50% หรือ 60% ตามชอบ ผมใช้ 50% สแลนจะมีความกว้าง 2 เมตร ส่วนความยาวที่จัดจำหน่ายกันจะมี 2 แบบ คือ ยาว 50 เมตร และ 100 เมตร และความยาว 100 เมตรจะหาง่ายกว่า 50 เมตร ส่วนผมโชคดี ตอนไปราชบุรี ไปเจอร้านขาย 50 เมตรในราคา 750 บาท เชื่อหรือ ไม่ว่า 50 เมตร ใช้ได้พอดีกับโรงเรือน 6x5 เมตรของผมพอดีเลย แต่ต้องในแบบของผมนะถึงจะพอ ราคาม้วน 100 เมตร กรองแสง 60% จะอยู่ประมาณ 1,650 บาท (ปี 2555) เวลาขึง ให้คุณขึงไปก่อนเลย 1 แนว เปิด 2 ข้างไว้ ท่อยังไม่ต้องวางหมด ไม่งั้นคุณจะยึดสแลนส่วนบนลำบาก ถ้าไม่อยากเมื่อนานให้ใช้ cable tire 5 เซนติเมตร หามารูดเลย เร็วมากๆ ยึดถี่หน่อย กันกระพือ (เป็นเรื่องที่ไม่ควรจะประมาท) ตรงรอยต่อของสแลนก็ใช้ cable tire ตามปกติ คลี่และขึงสแลนให้ตึง ดูแนวให้ตรง เวลาขึงคุณอาจจะเซ็งๆ เพราะมันเมื่อย เลยแนะนำว่า เหนื่อยก็พัก ทำวันละนิดก็ได้ เดี๋ยวก็เสร็จ ที่บอกว่าให้เปิดข้างไว้ 2 ด้านก่อน ก็เพื่อที่จะจัดส่วนที่วางไม้ได้อย่างสะดวก ก่อนที่จะปิด 2 ข้าง ส่วนผมหลังจากวางแป๊บที่แขวนไม้เสร็จแล้ว ผมปิดหมด 4 ด้านเลย เพราะว่าโรงเรือนผมจะเว้นชายไว้สูงครับ ประมาณฟุตนึง เว้นชายไว้ก็มีประโยชน์ดีเหมือนกัน

จากภาพบน จะเห็นว่าผมจะเปิดชายไว้ด้วย สะดวกตอนบำรุงรักษา และส่งผ่านไม้ระหว่างด้านในกับด้านนอก เพราะมีนโยบายวางไว้ตามขอบๆ ด้วยครับ


ทีนี้มาดูกันว่าข้างๆ และข้างบน ตรงจุดที่ไม่มีท่อ เราจะใช้อะไรยึด ตรงนี้เราจะใช้ลวดสลิง ร่วมกับเกลียวเร่ง ไอ้ส่วนนี้ต้องติดให้เรียบร้อยก่อนขึงสแลนนะครับ ผมเล่าข้ามไปข้ามมา แต่ผมเชื่อว่า ถ้าคุณจะทำ คุณคงอ่านให้จบทุกตอนก่อนเป็นแน่แท้ ก็บังเอิญอีก ผมจะไปซื้อสลิง แต่ดันไปเห็นเจ้าลวดแขวนฝ้านี่แหละ เจ้าเส้นนี้หนาประมาณ 1 หุน ยาว 3 เมตร แถวบ้านผมขายเส้นละ 15 บาท (ราคาขายปลีกไม่เท่ากันนะ ในแต่ละที่ มันเป็นแบบนั้นจริงๆ) ผมเลยจัดมาตามการคำนวณเลย ส่วนเกลียวเร่ง คุณใช้ขนาด 1 หุน ก็น่าจะพอ ถ้าคิดว่าเล็กไปก็ใช่ขนาด หุนครึ่งก็ได้ ตรงปลายลวด เวลางอ ให้ใช้คีมล็อคจับ แล้วกดลงกับพื้นเพื่องอนะครับ จะง่ายมากๆ จากนั้นก็ขึงตามความถี่ที่คุณต้องการ อาจมากกว่าผมก็ได้นะ แล้วก็อย่าลืมยึดให้ถี่ๆ หน่อย งานจะออกมาเนี้ยบมาก ส่วนตรงมุมเสา ท่านก็เอาน็อตมาร้อยรูเสา แล้วงอลวดแขวนฝ้าเป็นขอเกี่ยว แล้วใช้เกลียวเร่งดึงให้ตึงพอประมาณนะครับ อย่าดึงจนเสาหักล่ะ อย่าลืมว่ามันทำหน้าที่ยึดสแลนเฉยๆ สำหรับตอนนี้ผมว่าดูภาพประกอบแล้วท่านจะเข้าใจเลย ส่วนใครที่ไม่เป็นงานช่าง อ่านมาถึงตอนนี้แล้ว ก็เชื่อว่ายังไม่รู้เรื่องอยู่ดี ฮ่าๆๆ

นี่คือโฉมหน้าของลวดแขวนฝ้าเส้นละ 15 บาท ยาว 3 เมตร ก็ใช้ได้ดีทีเดียว
ส่วนเจ้านี่ เค้าเรียกว่าเกลียวเร่ง เวลาใช้งานก็หมุนมันออกไปให้ห่างๆ กันก่อน แล้วค่อยๆ หมุนเพื่อดึงลวดเข้ามา ส่วนปลายลวด เรางอด้วยคีมล็อคนะครับ คีมธรรมดาเจ็บมือมากมาย
ด้านบนก็เช่นกัน โรงเรือนเรายาวไม่เกิน 6 เมตร ก็แน่นอน ใช้ 2 เส้นต่อแถว ด้านบนผมใช้ 5 แถว คือตามแนวเสา 3 เส้น และกึ่งกลางของมัน ก็ได้อีก 2 แถว รวมเป็น 5 ยึดด้วยเคเบิ้ลไทร์ถี่หน่อย เพื่อไม่ให้กะพือ และทำให้สแลน มีความตึงดูสวยงาม งานออกมาเรียบร้อย ภาพนี้ถ่าย 27 ตุลาคม 2556 ผ่านมาแล้วปีกว่าๆ เพราะผมเริ่มลงมือสร้างประมาณ มิถุนายน 2555 สภาพยังดีอยู่

ส่วนท่อที่วางเป็นแนวเพื่อใช้แขวนไม้ ให้พาดตอนขึงสแลนด้สนบนเสร็จแล้ว ไม่งั้นแกะกะแย่ ส่วนความห่างเท่าไหร่นั้น ขอเว้นไว้ก่อน เดี๋ยวเข้ามาเติมให้นะ ผมลืมวัดมา







วันพุธที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2556

โรงเรือนแป๊บเดียว ตอนที่ 1


โรงเรือนแป๊บเดียว ฟังดูตลกดี ผมหมายถึงการสร้างโรงเรือนเพื่อเลี้ยงหม้อข้าวหม้อแกงลิงของผม ในขนาดประมาณ 6 x 6 เมตร ซึ่งก็จะพอดีกับความยาวของท่อแป๊บ 1 เส้นพอดี เลยตั้งชื่อว่าโรงเรือนแป๊บเดียว สร้างขึ้นมาด้วยตัวคนเดียว ยกเว้นตอนปักเสา เพื่อเทปูนจำนวน 9 ต้นเท่านั้น ที่ต้องหาผู้ช่วยมายืนจับเสาให้แป๊บเดียว เพื่อเราจะได้เทปูนได้ หลังจากกระบวนการนี้ไปแล้วผมทำเองคนเดียวล้วนๆ ทำไปนึกไป ประยุกต์ไปเรื่อย แล้วออกมาดังที่เห็น แต่ก่อนอื่นมันต้องมีแบบร่างก่อน ที่ๆ คุณจะสร้างรงเรือนนั้น ขอย้ำว่าควรจะมีแดดตลอดวัน หรือมีแดด 100% มากกว่าวันละ 6 ชั่วโมง จึงจะดีต่อหม้อข้าวหม้อแกงลิง ขนาดต้องใหญ่กว่า 6 x 6 เมตร ควรให้เดินบำรุงรักษารอบๆ ได้ด้วย และคุณควรมีความรู้ด้านช่างบ้างนะ ไม่มีความรู้ทำไม่ได้นะ มาดูแบบพื้นฐานกันก่อนเลย

จากรูป ใช้วัตถุดิบตามนี้ หรือดัดแปลงเอาเองตามใจท่าน
- เสารั้วยาว 3 เมตรหน้า 3x3 นิ้ว 9 ต้นๆ ละประมาณ 135 บาท
- ปูนก่อ 5 ถุง (เป็นปูนทรายสำเร็จรูปใช้ประมาณ 2 หลุม/1 ถุง)
- หิน
- น็อตร้อยรูเสา เลือกตัวโตๆ ความยาวต้อง Ok นะ เพราะรับน้ำหนักเยอะ
- ท่อแป๊บ 6 หุนคาดเหลือง หรือคาดฟ้า 3 เส้น ใช้ทำคานรับน้ำหนัก สีแดงห้ามใช้นะ เพราะมันบางที่สุด งานจะเข้า
- ท่อแป๊บ 4 หุนคาดเหลือง 3 เส้น เอามายึดเชื่อมเป็นตาหมากรุก เพื่อทำให้โรงเรือนมีความแข็งแรง
- ท่อแป๊บ 4 หุน คาดแดง 3 เส้น เอามาวางพาดบนหัวเสา เพื่อขึงสแลน อันนี้ไม่ได้รับน้ำหนักอะไร ใช้คาดแดงได้เลย (ท่อคาดแดง-บางสุด, คาดเหลือง-กลางๆ, คาดน้ำเงิน-หนาสุด)

ใช้วัสดุแค่นี้คุณทำโครงของโรงเรือนได้แล้ว ขั้นแรกก็ตีแบบให้ได้ฉากก่อน ปักไม้ เอาเชือกขึง ความยาวระหว่างเสาให้ใช้ที่ 5.5 หรือ 5.7 เมตรพอนะครับ 6 เมตรพอดีไม่ได้นะ ต้องเหลือปลายไว้ขั้นต่ำ 15 เซ็นติเมตรนะ อย่าพลาดล่ะ ส่วนต้นตรงกลางก็วัดหาจุดกึ่งกลางให้เรียบร้อย แล้วขึงเชือกกำกับไว้เลย อย่าวัดความตรงด้วยสายตานะ ให้ขึงเชือก จากนั้นขุดลงไป เพื่อจะฝังเสาให้ลึก 50 เซนติเมตร ดูด้วยว่าบ้านท่านมีฤดูที่ลมพายุแรงจัดๆ ไหม ถ้ามีให้ขุดหลุมใหญ่หน่อย ก็จะมีผลถึงปูนกับหินที่ใช้ ซื้อเพิ่มทีหลังได้ แต่ไม่ควรซื้อมาเกิน เช็ดเสาด้วยว่าจะเอาด้านไหนลง รูที่เสาจะได้เท่ากัน เอาเสาลงให้เท่าๆ กัน หลังจากเทปูนไปแล้ว เอาท่อนไม้เล็กๆ ค้ำตรงโคนไว้ประมาณ 20 นาที ก็จับระดับเสาให้ตรงอีกที ก็ใช้ได้แล้ว มันจะไม่ล้มเพราะมันมีหินปนอยู่ในปูน อัตราส่วนผสมปูน หิน ทราย ให้หาดูใน net นะครับ ค่อยๆ ทำไปจนครบ 9 ต้น เราจะได้เสาที่มีความสูง 2.5 เมตร ซึ่งสวยงามกำลังดีเลย ทิ้งไว้ 2 วัน ดูตำแหน่งเลยว่า เราจะวางคาน 6 หุนที่ระดับความสูงเท่าไหร่ จึงจะสวย เมื่อได้ระดับที่ต้องการแล้ว ร้อยน็อตเข้ารูเสาเลยครับ จากนั้นเอาแป๊บ 6 หุนวาง แล้วเชื่อมทีละเส้น ให้ติดกับตัวน็อตเลยนะ (ตอนเชื่อมไปจ้างเค้ามาก็ได้ เพราะเชื่อมแค่ทีเดียวจบเลย แต่ผมเชื่อมเอง) เชื่อมเสร็จ 3 เส้นแล้ว เอาแป๊บ 4 หุน วางบนแป๊บ 6 หุนอีกที แล้วเชื่อมท่อให้ติดกัน เราจะได้โครงเป็นตารางหมากฮอสแบบแกะไม่ออกแล้ว จากนั้นบนหัวเสาจะมีเหล็กโผล่ออกมา ให้เอาแป๊บ 4 หุน คาดแดง ไปวางบนหัวเสาในแนวเดียวกับแป๊บ 6 หุนที่เราทำคานไว้ แล้วเชื่อมให้ติดกับเหล็กหัวเสาเลยนะ จะได้แข็งแรงเวลาสแลนกระพือ มันจะไม่หลุด ถ้าไม่มีเหล็กหัวเสา ให้ฝังพุกเหล็กบนหัวเสาเลยครับ แล้วค่อยเชื่อมแป๊บติดกับพุกเหล็กอีกที แป๊บด้านบน เราจะเอาไว้รองรับสแลน ใช้คาดแดงสบายมาก กระบวนการทำโครงโรงเรือนถือว่าจบสิ้นแล้ว งานอื่นถือว่าจิ๊บๆ หลังจากทำโรงเรือนเสร็จและทดลองใช้ก็พบว่า ขนาดของมันเหมาะกับการจัดการเพียงลำพังมากมายนัก คุณสามารถใช้เวลาหลังเลิกงานวันละ 15-30 นาที ทำการบริหารจัดการหม้อข้าวหม้อแกงลิงของคุณได้อย่าเหมาะเจาะลงตัว ไม่มีคำว่าดูไม่ไหวแน่นอน ส่วนงบประมาณที่ใช้ ทั้งโรงเรือน พร้อมระบบน้ำอัตโนมัติ น่าจะไม่เกิน 25,000 บาท (ไอ้ที่แพงน่ะคือท่อแป๊บล้วนๆ) ในส่วนของโครงสร้างหลัก คุณไม่ควรลด spec ที่ผมได้ให้ไว้นะ แต่อย่างอื่นที่ไม่เกี่ยวกับโครงสร้างมากนัก คุณประยุกต์ใช้ได้หมดครับ ไม่จำเป็นที่จะต้องตามผมทั้งหมด ก็ขอจบตอนที่ 1 ไว้แค่นี้ ไว้ต่อตอนที่ 2 เมื่อผมว่างนะครับ เดี๋ยวเรามาดูภาพประกอบตอนท้าย เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น


สำหรับการเชื่อม ถ้าไม่มีเครื่องเชื่อมให้เตรียมท่อให้ครบนะ ทั้งโครงรับบน้ำหนักในภาพ และที่จะวางด้านบนหัวเสา แล้วไปจ้างช่างเชื่อมแถวบ้านมาเลย เดี๋ยวนี้เขามีเครื่องเชื่อมแบบพกพากันแล้ว พาขึ้นมอเตอร์ไซค์มาได้เลย ค่าแรงก็ตกลงกันก่อนได้นะ ผมว่าไม่แพงเท่าไหร่

ดูที่ท่อด้านบนสุดนะ เราใช้ 3 เส้นพอ เพราะมันมีเสาอยู่ 3 แถว แถวละไม่ถึง 6 เมตร แต่ท่อยาว 6 เมตรไง นี่แหละคือโรงเรือนแป๊บเดียว เวลาขึงสแลน ด้านบนอย่าลืมผูกเชือกยึดถี่ๆ หน่อยนะ กันสแลนกระพือเวลาลมแรงๆ ที่เตือนเพราะว่าของผมผูกไม่ถี่ แล้เชื่อมหัวเสาบางจุดไม่แน่น พอมันกระพือปุ๊บ มันจะสามารถยกท่อได้ทั้งเส้นเลยครับ ของผมท่อหลุดมาแล้ว อย่าได้ดูถูกแรงลมเป็นอันขาด กระพือเบๆ ทุกวัน คุณจะต้องเปลี่ยนสแลนก่อนกำหนด แล้วงานจะเข้า เพราะตอนนั้นต้นไม้เต็มโรงแล้ว คุณอยาหเหนื่อยเร็วๆ มั้ยครับ หีืออยากทำทีเดียวแล้วจบเลย เลือกเอา

หม้อข้าวหม้อแกงลิง เพาะเมล็ด



เป็น list รายชื่อหม้อข้าวหม้อแกงลิงที่เพาะจากเมล็ดขึ้นมาด้วย High Technology (ก็เพาะบนขุยมะพร้าวนั่นแหละ) และเพาะขึ้นแล้วทุกตัวที่ list ให้ดู มีอยู่ 3-4 ตัว ที่ขึ้นต้นเดียว เมล็ดได้จากการทำเอง การซื้อจากนักสะสมหม้อข้าวหม้อแกงลิงของไทย และนักเลี้ยง+สะสมหม้อข้าวหม้อแกงลิงให้มา นำมาจัดจำหน่ายหม้อข้าวหม้อแกงลิงกันเรื่อยๆ ที่ http://www.thaicps.com/thaicpscafe/ ไม้ผมไม่มีราคาขายส่ง เพราะทำจำนวนไม่ได้ ก็เลยมีแต่ราคาขายปลีก ภาษาอังกฤษเค้าเรียก retail price (รีเทล ไพร้ส์) นั่นแหละ

1 N. Viking x ampullaria Red      
2 N. (Viking x bicalcarata) Striped x ampullaria Striped      
3 N. mirabilis x (ampullaria Red x ventricosa)      
4 N. rafflesiana White x Hookeriana MT      
5 N. (Viking x ampullaria f.Vampire) x (ampullaria Red x ventricosa)      
6 N. Viking x (ampullaria Red x ventricosa)      
7 N. ampullaria Red x rafflesiana      
8 N. (Viking x bicalcarata) x (lowii x campanulata)      
9 N. Tiger คลองหอยโข่ง      
10 N. Tiger เทพา      
11 N. Tiger สุราษฯ      
12 N. Tiger พังงา x สุราษฯ      
13 N. rafflesiana หลากรุ่นล้านอารมณ์      
14 N. [Viking x (Viking x ampullaria)] x Miranda      
15 N. (thorelii x rafflesiana) นีโอฟาร์ม x Viking      
16 N. (thorelii x rafflesiana) นีโอฟาร์ม x bicalcarata      
17 N. rafflesiana x veitchii      
18 N. ampullaria x Hookeriana      
19 N. ampullaria หลากรุ่นล้านอารมณ์      
20 N. ampullaria x rowanae      
21 N. mirabilis Winged x Tiger      
22 N. (Viking x rafflesiana) x Viking      
23 N. rafflesiana White x bicalcarata      
24 N. (Viking x bicalcarata) x [(lowii x veitchii) x boschiana]      
25 N. rafflesiana x ampullaria Red      
26 N. mirabilis      
27 N. [Viking x (Viking x ampullaria)] x (thorelii x campanulata)      
28 N. [Viking x (Viking x ampullaria)] x (Viking x Unknow)      
29 N. Tiger x (veitchii x boschiana)      
30 N. Dangnoi x (veitchii x eymae)      
31 N. rafflesiana x (Viking x Unknow)      
32 N. rafflesiana x Red Dragon      
33 N. Viking x rafflesiana      
34 N. (Viking rafflesiana) x bicalcarata      
35 N. GT8510 x rafflesiana      
36 N. GT8510 x bicalcarata      
37 N. Viking x veitchii Bario      
38 N. (Viking x bicalcarata) x bicalcarata      
39 N. mirabilis Winged x Unknow      
40 N. Tiger x boschiana      
41 N. bicalcarata      
42 N. mirabilis x veitchii Bario      
43 N. bicalcarata x rafflesiana      
44 N. Viking x bicalcarata      
45 N. GT8510 x Gothica      
46 N. albomarginata Red x Miranda      
47 N. GT8510 x Viking      
48 N. (Viking x rafflesiana) x (Viking x ampullaria)      
49 N. GT8510 x Hookeriana MT      
50 N. Dangnoi x bicalcarata      
51 N. mirabilis x ampullaria Red      
52 N. mirabilis winged x ampullaria      
53 N. gracilis x Miranda      
54 N. Vikng ใช้ตัวดั้งเดิมที่มาจากพระทอง x bull frog เก่าเก็บของพี่เปี๊ยก      
55 N. ampullaria x Hookeriana      
56 N. andamanna x (lowii x campanulata)      
57 N. Viking x Miranda      
58 N. Viking x ampullaria Red x Unknow      
59 N. (Kuchingensis x bicalcarata) x bicalcarata      
60 N. (Kuchingensis x bicalcarata) x (veitchii x boschiana)      
61 N. (Kuchingensis x bicalcarata) x (Viking x ampullaria Red)      
62 N. (thorelii x merriliana) x (lowii x campanulata)      
63 N. ampullaria Red x bicalcarata      
64 N. (thorelii x rafflesiana) x veitchii Bario      
65 N. mirabilis Winged x Tiger      
66 N. GT03 x (veitchii x fusca)
67 N. Viking x Jungle Bell   

last update : 23 ตุลาคม 2556 11.15 น.

วันศุกร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2556

เมื่อเพลี้ยบุก

เลี้ยงหม้อข้าวหม้อแกงลิงมาก็นาน เพิ่งโดนแมลงที่เค้าเรียกกันว่าเพลี้ยบุกก็ครั้งนี้ครับ มาดูอาการกันเลย เนื่องจากมองเพลี้ยไม่เห็น เลยคิดว่าต้องเป็นเพลี้ยไฟแน่ๆ เพราะเพลี้ยอ่อน ผมเคยเห็นตัวมันใหญ่กว่า อาการของหม้อข้าวหม้อแกงลิงของท่านจะเป็นดังภาพเลยครับ ใบม้วนๆ หงิกๆ งอๆ ยอดตาย สุดท้ายตายทั้งต้น กว่าจะรู้ว่าเป็นเพลี้ย มันก็บุกไปทั้งโรงเรือนแล้ว ผมแก้โดยการใช้ยาฆ่าเพลี้ย โดยดูที่อัตราส่วนผสมที่ใช้ฆ่าเพลี้ยไฟนะครับ พ่น 5 วันครั้ง ติดต่อกัน 5 ครั้งครับ จากนั้นลดลงเหลือ 2 อาทิตย์ 1 ครั้ง สุดท้าย จะพ่นเดือนละครั้งครับ แม้ว่าใบจะไม่หงิกก็ตาม กันเอาไว้ก่อน ดีกว่าโดนแล้วค่อยมาแก้ ไม่รู้จะอธิบายอะไรมาก ไปดูภาพจากประสบการณ์จริงกันเลยดีกว่าว่า ปัจจุบันหม้อข้าวหม้อแกงลิงของคุณ มีลักษณะเป็นแบบนี้หรือไม่

ใบจะเป็นแบบนี้ สตาร์เกิ้ล ก็เอาไม่อยู่ครับ

ใบจะเสียหายหมดเลย
 ต้นนี้ N. ampullaria x northiana มี 2 ต้น ตายไปเลย 1 ต้น

ต้นนี้ยอดตายนะครับ ต้องตัดทิ้ง แต่หน่อไม่โดน ปัจจุบันยังอยู่ดีครับ

นอกจากใบจะเสียหายแล้ว หากไม่ได้แก้ไขลำต้นจะเสียหายด้วย ต้องแก้กันยาวเลย

ต้นนี้ N. mirabilis x veitchii h/l ครับ ดูไม่จืดเลย ดูใบล่างๆ สิ

แล้วก็มีหลายๆ ต้นที่ต้องเป็นแบบนี้ เนื่องจากไม่รู้ หรือแก้ไขไม่ทัน












วันอังคารที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2556

about us


lingsiam หรือ nepenthessiam คือเจ้าของเดียวกัน ชื่ออื่นที่คล้ายๆ กัน ไม่ใช่นะครับ lingsiam เป็นผู้ที่ชื่นชอบหม้อข้าวหม้อแกงลิง พืชกินแมลงชนิดอื่นๆ เคยเลี้ยงมาบ้างตามสมควร แต่ที่สุดแล้วพบว่าชอบหม้อข้าวหม้อแกงลิงมากที่สุด เนื่องจากพืชชนิดนี้ต้องใช้การผสมเกสรข้ามต้น มีแค่ต้นเดียวไม่สามารถผสมเกสรเพื่อทำเมล็ดได้เลย จึงทำให้ลูกผสมของหม้อข้าวหม้อแกงลิง มีความแปลกใหม่อยู่เสมอ แม้จะเป็นคู่ผสมที่เหมือนกัน หรือเป็นคู่ผสมที่ทำซ้ำอีกครั้งจากคู่เดียวกัน อีกทั้งหากจับคุ๋ผสม หรือมีจังหวะของการผสมที่ได้ต้นพ่อ และต้นแม่ฟอร์มสวยๆ ก็จะได้ลูกผสมที่สวยงามและลงตัวอย่างยิ่ง ผมใช้พื้นที่เล็กๆ เพียง 30 ตารางเมตร ในการปลูกเลี้ยงหม้อข้าวหม้อแกงลิง โดยเน้นการเพาะเมล็ดด้วยวิธีธรรมชาติ 1 เมล็ดคือ 1 ต้น เนื่องจากจะได้ลูกไม้ที่มีความหลากหลายมากมาย ซึ่งผิดกับการนำเมล็ดไปเข้า lab เพื่อทำ t/c (tissue culture) แล้วนำต้นที่ได้มา sub culture เพื่อให้ได้จำนวนมากๆ ในการทำธุรกิจแบบ mass production ลูกไม้ที่ได้ด้วยวิธีการนี้ จะมีความหลากหลายน้อยกว่าวิธีแรก

lingsiam ได้เมล็ดมาจากการซื้อเมล็ดจากนักเลี้ยงหม้อข้าวหม้อแกงลิงท่านอื่น จากการทำเมล็ดเอง และเพื่อนๆ นักเลี้ยงหลายๆ ท่าน ส่งเมล็ดมาให้เพาะ และอีกส่วนหนึ่งจะเป็นไม้ที่ปักชำมาจาก โคลนของเมืองนอก โดยจะเน้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงที่คิดว่าสามารถปลูกเลี้ยงได้ในสภาพแวดล้อมแบบกรุงเทพมหานครเท่านั้น ไม่ได้เลี้ยงหม้อข้าวหม้อแกงทุกสายพันธุ์ ดังนั้นท่านที่ชื่นชอบไม้เพาะเมล็ด ท่านมาถูกที่แล้วครับ

เนื่องจากมีพื้นที่ปลูกเลี้ยงเพียงแค่ 30 ตารางเมตร lingsiam จึงไม่มี price list และไม่มีการขายส่ง จะขายปลีกเป็นหลัก และจะลงประมูลอยู่ที่เดียวคือ http://www.thaicps.com/thaicpscafe/ ใช้นามว่า khunxir (อ่านว่าคุณเซอร์ หรือคุณเซ่อ ก็ได้)  โดยดำเนินงานเพียงคนเดียว ไม่มีสาขาอื่น

lingsiam ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกเลี้ยงไม้เพื่อการอนุรักษ์ไว้กับ CITES ไว้อย่างถูกต้อง สามารถจัดทำเอกสาร export permit และ phytosanitary เพื่อจัดส่งหม้อข้าวหม้อแกงลิง ไปยังประเทศต่างๆ ได้ตามที่กฏหมายกำหนด หากท่านสนใจหม้อข้าวหม้อแกงลิง ท่านสามารถเข้าไปหาซื้อได้ตาม web site ที่ได้แนะนำไปแล้วข้างต้น เนื่องจากผู้ขายส่วนใหญ่ไว้ใจได้ค่อนข้างสูง ส่วนตัวผมเองก็เริ่มจัดจำหน่ายขายปลีกเป็นรายได้เสริมมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 เป็นต้นมา ท่านสามารถติดต่อผมได้ทาง email ในนาม suwarun@gmail.com หรือ suwarun@hotmail.com ก็ได้ครับ

วันอาทิตย์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2556

อะบาเม็กติน (abamectin)

จุดประสงค์ ทำไว้ดูของผมคนเดียวนะครับ

อะบาเม็กติน (abamectin) 1.8% EC

คุณสมบัติและประโยชน์ : สารกำจัดแมลงประสิทธิภาพสูง อัตราใช้น้อย ออกฤทธิ์กำจัดแมลงทั้งแบบ สัมผัสตาย และยังสามารถดูดซึมเข้าสู่ใบพืชได้ ( semi-systemic) จึงสามารถกำจัดแมลงศัตรู เช่น เพลี้ยไฟ หนอนชอนใบ หนอนม้วนใบข้าวได้ดีเยี่ยม
ประโยชน์ และวิธีใช้ :
ส้ม,มะนาว,ส้มโอ
1. ใช้อัตรา 3-5 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร เพื่อกำจัด หนอนชอนใบส้ม หนอนปะกบใบส้ม
2. ใช้อัตรา 10 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร เพื่อกำจัดเพลี้ยไฟ
ผักต่าง ๆ เช่น ผักตระกูลกะหล่ำ คะน้า พริก มะเขือเทศ ถั่วฝักยาว แตงโม ฯลฯ
1.ใช้อัตรา 10-15 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร เพื่อกำจัดเพลี้ยไฟ แมลงวันหนอนชอนใบ
2.ใช้อัตรา 20-60 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร เพื่อกำจัดหนอนใยผัก (ควรใช้อัตราต่ำในพื้นที่ที่หนอนยังไม่ดื้อยา)
ข้าว
1.ใช้อัตรา 20-40 ซีซี/ไร่ เพื่อกำจัดหนอนม้วนใบข้าว
2.ใช้อัตรา 20 ซีซี/ไร่ เพื่อกำจัดเพลี้ยไฟข้าว
มะม่วง
ใช้อัตรา 5-10 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร เพื่อกำจัดเพลี้ยไฟ ในระยะแตกใบอ่อน ระยะแทงช่อดอก และระยะติดผลอ่อน
กล้วยไม้
ใช้อัตรา 10-20 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร เพื่อกำจัดเพลี้ยไฟกล้วยไม้
มะลิ
ใช้อัตรา 10-20 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร เพื่อกำจัดหนอนเจาะดอกมะลิ

ของเราใช้ 3 c.c./4 ลิตร

copy มาจาก http://www.sotus.co.th/

อิมิดาคลอพริด (imidacloprid)

จุดประสงค์ ทำไว้ดูของผมคนเดียวนะครับ

อิมิดาคลอพริด (imidacloprid)

สารสำคัญ 1-(6-chloro-3-pyridylmethyl)-N-nitroimidazolidin-2-ylideneamine 70 % WG
คุณสมบัติ สารกำจัดแมลงกลุ่มใหม่ "คลอโรนิโคตินิล" ออกฤทธิ์กำจัดแมลงแตกต่างไปจากสารกำจัดแมลงกลุ่มอื่น ทำให้สามารถใช้กำจัดแมลงที่ดื้อต่อสารเคมีกลุ่มอื่นได้ เป็นสารดูดซึม สามารถดูดซึมเข้าสู่ใบพืชอย่างรวดเร็ว ดังนั้นทุกส่วนของพืชจะได้รับการปกป้อง ออกฤทธิ์ทำลายแมลงได้ทั้งแบบถูกตัวตายและกินตาย ทำให้สามารถกำจัดแมลงได้กว้างขวาง โดยเฉพาะแมลงปากดูด แมลงที่ได้รับสารจะเฉื่อยชา หยุดกินอาหารทันทีและตายในที่สุด ทำให้ไม่สามารถทำลายพืชได้ และสามารถควบคุมแมลงอยู่ได้นานวัน มีพิษน้อยต่อสภาพแวดล้อม

พืช ศัตรูพืช อัตราที่แนะนำ
ส้ม เพลี้ยอ่อน เพลี้ยไฟส้ม 2 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร

อัตราที่ใช้ ขนาดซอง 2 กรัม แบ่งใช้ 4-5 ครั้ง

copy มาจาก http://www.puiyaonline.com/

คาร์โบซัลแฟน (carbosulfan)

จุดประสงค์ ทำไว้ดูของผมคนเดียวนะครับ

คาร์โบซัลแฟน (carbosulfan)
การออกฤทธิ์    เป็นสารกำจัดแมลงคาร์บาเมท (carbamate) ประเภทดูดซึม ออกฤทธิ์ได้ในทางสัมผัสถูกและกินตาย  cholinesterase  inhibitor
ความเป็นพิษ    มีพิษเฉียบพลัน  (acute oral LD 50)  ทางปาก(หนูตัวผู้) 209 มก./กก.
ศัตรูพืชที่กำจัดได้   เพลี้ยอ่อน  เพลี้ยกระโดด  เพลี้ยจักจั่น  เพลี้ยไฟ  เพลี้ยแป้ง  เพลี้ยหอย  แมลงหวี่ขาว  หนอนกอแถบลาย  หนอนกอสีชมพู  หนอนเจาะเถามันเทศ  หนอนเจาะยอดและเจาะผล  ด้วงงวงมันเทศ  หนอนกัดรากข้าวโพด  มวนและไส้เดือนฝอย
พืชที่ใช้    อ้อย  ข้าว  แตงโม  มันเทศ  มะเขือยาว  มะเขือเปราะ  พริก  ฝ้าย  ไม้ผล  ข้าวโพด  ข้าวฟ่าง  ถั่วเหลือง  มันฝรั่ง  ส้ม  พืชผักและพืชไร่อื่น ๆ
สูตรผสม 20% อีซี และ 25% เอสที
อัตราการใช้และวิธีใช้    กำจัดแมลงทั่วไปใช้อัตรา  40-80 ซี.ซี. ผสมกับน้ำ 20 ลิตร  ควรศึกษารายละเอียดการใช้จากฉลากเพิ่มเติมก่อนใช้  ฉีดพ่นให้ทั่วต้นพืช
อาการเกิดพิษ   ผู้ที่ได้รับพิษจะมีอาการวิงเวียนศีรษะ  อ่อนเพลีย  น้ำลายไหล  เหงื่อออกมาก  ตาพร่า  คลื่นไส้  อาเจียน  กล้ามเนื้อสั่นกระตุก  หน้าท้องเกร็ง  ท้องเสียและหายใจขัด
การแก้พิษ    ถ้าถูกผิวหนังให้ล้างด้วยน้ำกับสบู่มาก ๆ  ถ้า เข้าตาให้ล้างตาด้วยน้ำสะอาดหลาย ๆ ครั้ง ถ้าเข้าปากหรือกลืนกินเข้าไปอย่าทำให้คนไข้อาเจียน เพราะจะเป็นการทำลายระบบหายใจ สำหรับแพทย์ ในกรณีเข้าตาให้หยอดตาคนไข้ด้วย  โฮมาโทรปิน(Homatropine) ในรายที่มีอาการแพ้พิษ  ให้ฉีดด้วยอะโทรปิน 2 มก. เข้าทาง IV หรือ SC แล้วฉีดซ้ำทุก 10-15 นาที  จนผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นแล้วรักษาตามอาการต่อไป  ห้ามใช้ oxime หรือ 2-PPM โดยเด็ดขาด
ส่้วนผสมที่ใช้ เราใช้สูตร 20% EC ที่ 2 c.c./น้ำ 1 ลิตร ใช้ 8 c.c. ต่อครั้ง
ข้อควรรู้
- ระยะเวลาที่ใช้ก่อนการเก็บเกี่ยว  15 วัน
- เป็นอันตรายต่อปลา

copy มาจาก http://www.phkaset.com