แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พืชกินแมลง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พืชกินแมลง แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2557

การเลือกซื้อหม้อข้าวหม้อแกงลิง,เลี้ยง,เลือกคู่ผสม ภาค 2

2. รูปทรงของหม้อข้าวหม้อแกงลิง และสีของหม้อข้าวหม้อแกงลิง ข้อนี้ก็ให้หาดูจาก search engine กันก่อน คนเรามีสูง ต่ำ ดำ ขาว อ้วน ผอม แคระ ปากหนา ปากบาง ตูดแฟ่บ ตูดงอน หม้อข้าวก็เช่นกันมีทั้งหม้อสั้น หรือสั้นทรงกลม หม้อสั้นหลังหัก หม้อยาว หม้อใหญ่ หม้อปากบาน ปากลาย ปากบาง หม้อพิการ หม้อด่าง หม้อแคระ มีครบหมด ดูสักพัก ก็จะเริ่มชอบแล้ว เมื่อเริ่มชอบก็เริ่มมองหา ถ้าเป็นหม้อพันธุ์แท้ ก็จะเป็นไปตามลักษณะหลักฐานที่ปรากฏตามที่ผู้เชี่ยวชาญเค้าได้ชี้แจงแถลงไขไว้ ดูซิ ทรงได้ไหม สีถูกใจไหม สำหรับมือใหม่ ให้เลือกหม้อที่มีสีไว้ก่อน ถ้าพันธุ์แท้นั้นๆ มีสีนะ แล้วทรงค่อยตามมา แต่ถ้าพื้นฐานหม้อแท้ตัวนั้น ไม่ค่อยมีสี ก็ดูที่ทรง ว่าทรวดทรงองค์เอว ถูกอกถูกใจคุณมากน้อยแค่ไหน หม้อยาวล่ะ ก็ถ้าชอบตระกูลยาวๆ ก็เหมือนเดิม ให้เลือกตัวที่มีสีมีลายไว้ก่อน ถ้าปากลายได้ยิ่งดี แต่ปากลายๆ มีน้อยหน่อย ราคาจึงสูงเกินเอื้อมสำหรับใครหลายคน บางทีก็สูงโดยไม่มีเหตุผลนะ แต่ถ้าเราจะซื้อ เราก็ซื้อโดยไม่มีเหตุผลเช่นกัน สีสัน ลวดลาย จุด(Spot) กระหรือลายบนตัวหม้อ ลายที่ปาก ทรงหม้อ สิ่งต่างๆ ที่พูดมานี้ ส่งผลกระทบในข้อท้ายๆ อีกแล้ว ผมหลอกให้อ่านหรือเปล่านี่
หม้อข้าวหม้อแกงลิงพันธุ์แท้ จะมีลักษณะเฉพาะเป็นของตัวเอง
3. เลือกหม้อข้าวหม้อแกงลิงพันธุ์แท้หรือลูกผสม ได้ทั้งนั้นเลย ตามใจชอบ ส่วนใหญ่พันธุ์แท้สวยๆ มักจะเป็นตัว Highland ซึ่งถ้าอยู่เมืองไทย ก็ไม่ค่อยเวิร์คกันหรอก เมื่อก่อนก็ซื้อมาเลี้ยง ก็ตายนะ ลองเช็คดูได้ อะไรที่เลี้ยงได้ มักจะมีคนเอาหม้อสวยๆ ต้นโตๆ ที่เลี้ยงในบ้านเรามาโชว์เสมอ ยกเว้นคนที่ปรับสภาพแวดล้อมให้ใกล้เคียงและเหมาสม เช่นทำโรงอีแว้ป แต่อะไรที่เลี้ยงยากมักจะไม่มีใครโชว์ หรือจะโชว์ก็คือยังไม่ตาย แน่นอนผมไม่เน้น Highland ผมเลยพูดได้ แต่ถ้าคุณชอบ คุณก็ข้ามไปเลย ทำตามใจปรารถนาของคุณ แอบกระซิบเบาๆ อย่าบอกใครนะ “ขนาดผมบางทียังซื้อมาเลี้ยงอีกเลย”  ฮ่าๆๆ บางคนชอบสะสมพันธุ์แท้พื้นเมืองของไทย บางคนสะสมแต่พันธุ์แท้ล้วนๆ บางคนสะสมแต่ลูกผสมล้วนๆ บางคนสะสมเฉพาะหม้อข้าวหม้อแกงลิงที่มีแต่ลักษณะพิเศษล้วนๆ และยังมีอีกหลายท่านที่สะสมเงียบๆ โดยไม่เปิดเผย ซึ่งเราเองก็คงจะไม่รู้ว่าเค้าคนนั้นคือใคร
เลือกสีเลือกลายให้กับหม้อข้าวหม้อแกงลูกผสม
4. แนวทางการผลิตลูกผสมหม้อข้าวหม้อแกงลิง ข้อนี้เป็นข้อสุดท้าย พูดมากไปก็เยิ่นเย้อ ถ้าคุณทำตาม 3 ข้อนี้ได้ เมื่อไหร่ก็ตามที่หม้อข้าวหม้อแกงที่คุณเลี้ยงเค้าออกดอก คุณก็มีโอกาสที่จะได้ลูกไม้รุ่นใหม่ที่มีสีสันและลวดลายในปริมาณที่มากตามความเด่นที่คุณได้เลือกไว้ตั้งแต่ต้นนั่นเอง ผมขอยกตัวอย่างที่ผมทำอยู่ตอนนี้คือ ผมสะสม N. mirabilis ที่มีสีและมีลายไว้ในรังทั้งหมด ทั้งหมดเป็นสีแดง สีเขียวผมไม่เก็บเลย เพราะอะไร เพราะว่าเวลามีโอกาสทำเมล็ดพันธุ์ N. mirabilis รุ่นใหม่ คุณจะได้ลูกไม้ที่มีหม้อทั้งสีแดงและสีเขียวอยู่แล้ว แต่ถ้าคุณเก็บสีเขียวล้วนๆ ทั้งหมด เวลาคุณมีโอกาสทำเมล็ดคู่นี้ คุณคิดว่าคุณจะได้ลูกไม้ที่มีหม้อเป็นสีอะไร แดงเยอะ? หรือเขียวเยอะ? หรือเขียวทั้งหมด? ทีนี้คุณคงจะพอทราบแนวทางแล้วใช่ไหมว่า หม้อข้าวหม้อแกงที่คุณเลี้ยงไว้ มันจะส่งผลไปยังอนาคตที่กำลังจะมาถึง ซึ่งคุณกำหนดอนาคตได้ด้วยตัวคุณเอง เพราะลูกไม้ทั้งหมดมันจะมีชื่อเสียงเรียงนามครบถ้วน ยกเว้นคุณไม่ติดป้ายให้มัน แล้วคุณก็ลืม นี่ก็เป็นแนวทางคร่าวๆ ที่ผมแนะแนวเท่านั้น บางท่านอาจจะเริ่มสะสมจากการเพาะเมล็ดทั้งหมดก็ได้ หรือจะเดินในแนวทางของท่านล้วนๆ ก็ได้ ไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด จบแล้วครับ

การเลือกซื้อหม้อข้าวหม้อแกงลิง,เลี้ยง,เลือกคู่ผสม ภาค 1

วันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2556

โรงเรือนแป๊บเดียว ตอนที่ 2

ตอนที่ 2 จะเป็นเรื่องของการขึงสแลน และการวางแป๊บสำหรับแขวนไม้ เริ่มเลยครับ ใช้สแลน 50% หรือ 60% ตามชอบ ผมใช้ 50% สแลนจะมีความกว้าง 2 เมตร ส่วนความยาวที่จัดจำหน่ายกันจะมี 2 แบบ คือ ยาว 50 เมตร และ 100 เมตร และความยาว 100 เมตรจะหาง่ายกว่า 50 เมตร ส่วนผมโชคดี ตอนไปราชบุรี ไปเจอร้านขาย 50 เมตรในราคา 750 บาท เชื่อหรือ ไม่ว่า 50 เมตร ใช้ได้พอดีกับโรงเรือน 6x5 เมตรของผมพอดีเลย แต่ต้องในแบบของผมนะถึงจะพอ ราคาม้วน 100 เมตร กรองแสง 60% จะอยู่ประมาณ 1,650 บาท (ปี 2555) เวลาขึง ให้คุณขึงไปก่อนเลย 1 แนว เปิด 2 ข้างไว้ ท่อยังไม่ต้องวางหมด ไม่งั้นคุณจะยึดสแลนส่วนบนลำบาก ถ้าไม่อยากเมื่อนานให้ใช้ cable tire 5 เซนติเมตร หามารูดเลย เร็วมากๆ ยึดถี่หน่อย กันกระพือ (เป็นเรื่องที่ไม่ควรจะประมาท) ตรงรอยต่อของสแลนก็ใช้ cable tire ตามปกติ คลี่และขึงสแลนให้ตึง ดูแนวให้ตรง เวลาขึงคุณอาจจะเซ็งๆ เพราะมันเมื่อย เลยแนะนำว่า เหนื่อยก็พัก ทำวันละนิดก็ได้ เดี๋ยวก็เสร็จ ที่บอกว่าให้เปิดข้างไว้ 2 ด้านก่อน ก็เพื่อที่จะจัดส่วนที่วางไม้ได้อย่างสะดวก ก่อนที่จะปิด 2 ข้าง ส่วนผมหลังจากวางแป๊บที่แขวนไม้เสร็จแล้ว ผมปิดหมด 4 ด้านเลย เพราะว่าโรงเรือนผมจะเว้นชายไว้สูงครับ ประมาณฟุตนึง เว้นชายไว้ก็มีประโยชน์ดีเหมือนกัน

จากภาพบน จะเห็นว่าผมจะเปิดชายไว้ด้วย สะดวกตอนบำรุงรักษา และส่งผ่านไม้ระหว่างด้านในกับด้านนอก เพราะมีนโยบายวางไว้ตามขอบๆ ด้วยครับ


ทีนี้มาดูกันว่าข้างๆ และข้างบน ตรงจุดที่ไม่มีท่อ เราจะใช้อะไรยึด ตรงนี้เราจะใช้ลวดสลิง ร่วมกับเกลียวเร่ง ไอ้ส่วนนี้ต้องติดให้เรียบร้อยก่อนขึงสแลนนะครับ ผมเล่าข้ามไปข้ามมา แต่ผมเชื่อว่า ถ้าคุณจะทำ คุณคงอ่านให้จบทุกตอนก่อนเป็นแน่แท้ ก็บังเอิญอีก ผมจะไปซื้อสลิง แต่ดันไปเห็นเจ้าลวดแขวนฝ้านี่แหละ เจ้าเส้นนี้หนาประมาณ 1 หุน ยาว 3 เมตร แถวบ้านผมขายเส้นละ 15 บาท (ราคาขายปลีกไม่เท่ากันนะ ในแต่ละที่ มันเป็นแบบนั้นจริงๆ) ผมเลยจัดมาตามการคำนวณเลย ส่วนเกลียวเร่ง คุณใช้ขนาด 1 หุน ก็น่าจะพอ ถ้าคิดว่าเล็กไปก็ใช่ขนาด หุนครึ่งก็ได้ ตรงปลายลวด เวลางอ ให้ใช้คีมล็อคจับ แล้วกดลงกับพื้นเพื่องอนะครับ จะง่ายมากๆ จากนั้นก็ขึงตามความถี่ที่คุณต้องการ อาจมากกว่าผมก็ได้นะ แล้วก็อย่าลืมยึดให้ถี่ๆ หน่อย งานจะออกมาเนี้ยบมาก ส่วนตรงมุมเสา ท่านก็เอาน็อตมาร้อยรูเสา แล้วงอลวดแขวนฝ้าเป็นขอเกี่ยว แล้วใช้เกลียวเร่งดึงให้ตึงพอประมาณนะครับ อย่าดึงจนเสาหักล่ะ อย่าลืมว่ามันทำหน้าที่ยึดสแลนเฉยๆ สำหรับตอนนี้ผมว่าดูภาพประกอบแล้วท่านจะเข้าใจเลย ส่วนใครที่ไม่เป็นงานช่าง อ่านมาถึงตอนนี้แล้ว ก็เชื่อว่ายังไม่รู้เรื่องอยู่ดี ฮ่าๆๆ

นี่คือโฉมหน้าของลวดแขวนฝ้าเส้นละ 15 บาท ยาว 3 เมตร ก็ใช้ได้ดีทีเดียว
ส่วนเจ้านี่ เค้าเรียกว่าเกลียวเร่ง เวลาใช้งานก็หมุนมันออกไปให้ห่างๆ กันก่อน แล้วค่อยๆ หมุนเพื่อดึงลวดเข้ามา ส่วนปลายลวด เรางอด้วยคีมล็อคนะครับ คีมธรรมดาเจ็บมือมากมาย
ด้านบนก็เช่นกัน โรงเรือนเรายาวไม่เกิน 6 เมตร ก็แน่นอน ใช้ 2 เส้นต่อแถว ด้านบนผมใช้ 5 แถว คือตามแนวเสา 3 เส้น และกึ่งกลางของมัน ก็ได้อีก 2 แถว รวมเป็น 5 ยึดด้วยเคเบิ้ลไทร์ถี่หน่อย เพื่อไม่ให้กะพือ และทำให้สแลน มีความตึงดูสวยงาม งานออกมาเรียบร้อย ภาพนี้ถ่าย 27 ตุลาคม 2556 ผ่านมาแล้วปีกว่าๆ เพราะผมเริ่มลงมือสร้างประมาณ มิถุนายน 2555 สภาพยังดีอยู่

ส่วนท่อที่วางเป็นแนวเพื่อใช้แขวนไม้ ให้พาดตอนขึงสแลนด้สนบนเสร็จแล้ว ไม่งั้นแกะกะแย่ ส่วนความห่างเท่าไหร่นั้น ขอเว้นไว้ก่อน เดี๋ยวเข้ามาเติมให้นะ ผมลืมวัดมา







วันศุกร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2556

การเสียบยอดหม้อข้าวหม้อแกงลิง

สำหรับการเสียบยอดหม้อข้าวหม้อแกงลิง ก็จะเล่าให้ฟังในระดับพื้นฐานที่พาให้ท่านผ่านไปได้แค่นั้นพอ คงมีคำถามว่าเสียบยอดได้ด้วยหรือ ใช่ครับเสียบได้

ทำไมต้องเสียบยอด
ปกติเราจะเสียบยอดกับไม้ที่ดูแล้วไม่น่าจะรอดไปด้วยรากของตัวมันเอง ไม้ไฮแลนด์ หรือกึ่งๆไฮแลนด์ หรือแม้แต่ไม้โลวแลนด์บางต้น ที่มีระบบรากล้มเหลวที่บ้านเรา ตรงๆ ก็ ถ้ายังจะเลี้ยงแบบนี้ต่อไป มันตายแน่ๆ ก็ต้องเสียบยอด คือไม่ได้เป็นแบบมะม่วงนะต้นเดียวมีหลายพันธุ์ จุดประสงค์คนละอย่าง เสียบยอดแล้ว ไม่ได้หมายความว่าจะออกหม้อดีกว่าเดิม อะไรที่ออกหม้อยาก ก็ยังคงยากเหมือนเดิม เพียงแต่ว่ามันสามารถไปต่อได้

ต้องเตรียมอะไรบ้าง
มีด เชือกฟาง ต้นตอที่จะเสียบยอด จะต้องเลือกต้นที่ระบบรากเยอะ อึด ทนที่สุดในบ้าน ปกติผมใช้ต้นตอ mirabilis, Kuchingensis, ampullaria แต่ถ้าจะใช้ตอแบบอื่นๆ ตามสะดวกท่าน แต่ต้องดูขนาดให้เท่ากับยอดที่จะเอามาเสียบ หรือใหญ่กว่าเล็กน้อยก็ได้ ต้นต้องไม่ยาวเกินไป ดูจากภาพประกอบจะเห็นเอง ต้นที่จะช่วยชีวิต ก็คือต้นที่เราจะตัดยอดนั่นแหละ ถุงพลาสติก เอาไว้อบไม้หลังเสียบยอด ได้มาแล้วอย่าเพิ่งตัดอะไรนะ ให้ตรวจสอบก่อนว่าขนาดต้นได้กัน

ทำตามขั้นตอนดังนี้

ตัดต้นตอตามภาพ เอาส่วนต้นที่ยังไม่เป็นสีน้ำตาลนะ ยอดของต้นตอก็เอาไปชำต่อได้ และตัดแต่งใบอย่าให้กีดขวางการทำงาน การมัดเชือกฟาง และต้องเหลือใบไว้ส่วนหนึ่ง

จากนั้นผ่าตรงกลางต้นตอลงไปด้วยมีด พยายามให้ตรงกลางนะ เบี้ยวนิดหน่อยไม่เป็นไร ตรงนี้ถ้างานเสีย เราตัดต้นตอลงไปอีกได้ แล้วทำใหม่ ถ้ายังเสียอีก ก็หาตอมาทำใหม่ ต้นที่เป็นยอดก็เอาไปเก็บไว้ก่อน เพราะมันคงยังไม่ตายวันนี้ แต่ถ้ามีต้นตออีก ก็ทำต่อได้เลย

เมื่อได้ตอที่ผ่ารอไว้แล้ว ก็ให้มาทำงานกับยอด ตัดยอดมาเสียบ ไม่ควรยาวเกินไป ความยาวต้องพอเหมาะ ให้กะดูเอาเอง ตัดเสร็จ บากให้เป็นลิ่ม เพื่อเปิดแผลให้เห็นทั้งแกนลำต้น และเปลือกส่วนนอ จากนั้นเอามาเสียบ ค่อยๆ เสียบลงไปใจเย็นๆ เสียบเสร็จเอาเชือกฟางมามัดให้แน่นพอสมควร แล้วตรวจสอบดูว่าการมัดของเราเรียบร้อย

จากนั้นจับยัดใส่ถุง แล้วคอยดูว่าตาข้างของต้นตอมันแทงมาหรือไม่ ถ้าแทงขึ้นมาให้เอาออกให้หมด วางไว้ในที่มีแสงมาก อย่าถูกแดด เพราะการอบ 100% แบบนี้ โดนแดดที่ระยะเวลาหนึ่ง ต้นไม้ตายนึ่งทันที
เอาออกมารดน้ำบ้าง ทำเบาๆ อย่าให้มันเคลื่อน และอย่าให้แผลโดนน้ำ ประมาณ 1 อาทิตย์จะรู้เลยว่าติดไม่ติด ถ้าไม่ติดยอดก็ดำ ถ้ายังไม่ดำปล่อยมันไป 1 เดือนผ่านไปเริ่มสบายใจ 3 เดือนผ่านไป เริ่มเปิดถุงทีละนิด ให้ความชื้นเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ หลังจากนั้นก็เปิดถุง ค่อยๆ ออกแดด เชือกฟางทิ้งไว้ก่อน ยังไม่ต้องแกะก็ได้นะ รีบแกะเกิดมันหลุดก็จบกัน ก็มีแค่นี้ที่จะบอก
ที่อธิบายมาทั้งหมดนี้ใช้เวลาลงมือไม่เกิน 5 นาที สำหรับท่านที่ยังไม่กล้าทำ ผมแนะนำให้หาตอ หายอด มาลองเสียบก่อนก็ได้ ก็ไม่ใช่ว่าจะเสียบติดทุกครั้ง เน่าก็มีนะครับ แต่ถ้าทำเป็น หรือชำนาญ โอกาสเน่ามันก็น้อย
ขอขอบคุณ คุณลุงตุ๊กตุ๊ก ผู้ให้ความรู้ผมมา ณ ที่นี้ครับ

วันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

หม้อข้าวหม้อแกงลิง พืชกินแมลง ไม้กินแมลง

หากท่านเป็นคนหนึ่งที่ไปซื้อหม้อข้าวหม้อแกงลิงจากร้านขายต้นไม้มาแล้ว สงสัยเรื่องการปลูกเลี้ยง สายพันธุ์ น้ำ แสงแดด สรุปง่ายๆ คือจะเลี้ยงยังไง Ok ครับ มาดูกัน
-    หม้อข้าวหม้อแกงลิง ตัวแท้ๆ ในประเทศไทย มีอยู่ไม่กี่ตัว และที่มีอยู่ ถ้ามองแบบผ่านๆ แล้ว จะสวยสู้ของนอกไม่ได้นะครับ แต่เลี้ยงง่ายกว่า ของไทยก็จะมี ไวกิ้ง ไทเก้อ แอมพูลลาเรีย มิราบิลิส กราซิลิส ช้าง ก่องกานดาน่า อันดามันน่า ภูกระดึง ทำนองนี้แหละ พวกเรามักจะเอาตัวนอกมาผสมกับตัวไทยครับ เพื่อให้ได้ลูกผสมที่เลี้ยงง่ายขึ้น
-    เครื่องปลูก หาง่ายที่สุดก็คือขุยมะพร้าว กาบมะพร้าวสับเบอร์เล็กสุด ก่อนใช้แช่น้ำอย่างน้อยหนึ่งคืน ห้ามใช้ดินทั้ง 100% เลือกขนาดประมาณตามภาพด้านล่าง และควรใช้กาบที่แก่ และแห้ง กาบสดไม่ควรใช้ คุณอาจเจอกาบสดในบางช่วงและบางฤดูกาล ก็ใช้ขุยมะพร้าวแทนได้


-    แสงแดด และน้ำ แสงแดดใช้ 50% หรือ 60% ตลอดวัน ได้เลย หรืออย่างน้อยขอแดดจังๆ สักวันละ 4 ชั่วโมงก็พอได้อยู่ รดน้ำเช้าเย็นนะครับ เพราะเครื่องปลูกเป็นกาบมะพร้าว เครื่องปลูกเสื่อมก็เปลี่ยนซะครับ บางร้านมักบอกเป็นไม้ร่ม ก็ไม่ต้องตกใจ คนขายจำนวนมาก มักไม่ใช้คนปลูกเลี้ยงครับ 80% ซื้อมาขายไปทั้งนั้นแหละ
-    ส่วนที่เห็นเป็นหม้อ ไม่ได้เรียกว่าดอก หม้อ คือส่วนหนึ่งของใบ 1 ใบออก 1 หม้อเท่านั้น หม้อเหี่ยว ตัดทิ้งไป เหลือใบไว้สังเคราะห์แสงต่อได้ ส่วนที่เรียกว่าดอกจะเริ่มแทงช่อกันประมาณ กันยายน-ธันวาคม ของทุกปี ลักษณะก็เหมือนช่อดอกไม้ทั่วไป
-    หม้อข้าวหม้อแกงลิง เป็นต้นที่มีเพศเดียว การทำเมล็ด มีความจำเป็นต้องใช้ต้นตัวผู้ และต้นตัวเมีย อย่างละต้นมาผสมกัน มีแค่ต้นเดียวทำเมล็ดตัวคนเดียวไม่ได้ครับ จะไม่ทราบเพศจนกว่าจะออกดอก หรือจะทราบได้ก็ต่อเมื่อเจ้าของเคยเลี้ยงออกดอกแล้ว หรือเป็นต้นแบบ single clone ส่วนมากจะทราบเพศกันแล้ว ถ้าเป็นไม้เพาะเมล็ด แล้วยังไม่เคยแทงช่อดอก จะไม่ทราบเลย
-    การผสมเกสรข้ามต้น จะได้ลูกผสม หรือพันธุ์แท้ ที่มีความหลากหลายมากมายนัก ถ้าท่านรอได้นะ และนี่ก็คือสิ่งที่ผมชอบมาก ต่อให้ทำลูกผสมหรือ พันธุ์แท้เหมือนๆ กัน ก็ไม่ต้องกังวล ว่าหม้อออกมาจะเหมือนกันนะครับ มันหลากหลายจริงๆ ทั้งสี ทั้งทรง สุดจะบรรยาย
-    โดยปกตินักเลี้ยงเค้าจะสนใจลักษณะของหม้อมากกว่าการกินแมลงครับ ดังนั้นถ้าท่านจะซื้อมาเพื่อให้มันกินยุง ก็ขอบอกว่า เสียใจด้วยครับ เพราะยุงเพศเมียจะยังคงดูดเลือดต่อไป และยุงเพศผู้ก็จะดูดน้ำหวานชั่วนิรันดร์ครับ
-    หากท่านชอบและจะซื้อเพิ่ม กรุณาศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนซื้อ ว่าตัวนั้น หรือตัวนี้ เลี้ยงได้หรือไม่ แต่ถ้าท่านไม่แคร์ อันนั้น ตามใจท่านครับ
-    ราคาที่ร้านแผงลอยจะแพงกว่าในเว็บไซท์ราวฟ้ากับเหว ก็ไม่ต้องตกใจครับ เป็นเรื่องปกติของหม้อข้าวหม้อแกงลิง
-    ชื่อที่ถูกต้องตามร้านแผงลอย ก็จะผิดพลาดมากกว่าซื้อในเว็บ อันนี้ก็ถือเป็นเรื่องปกติของวงการต้นไม้ ก็ไม่ต้องตกใจอีก มันเป็นของมันแบบนี้มานานแสนนานแล้ว
-    หากสนใจมากขึ้นไปอีก ก็หาข้อมูลจากกูเกิ้ลเอาเองนะครับ blog นี้ จะพูดแต่พื้นฐานคร่าวๆ ที่ทำให้ท่านผ่านไปได้ โดยใช้ภาษาง่ายๆ เท่านั้นเอง